การผจญภัยในฤดูร้อนของลิลลี่
ลิลลี่ เด็กหญิงวัย 11 ปี ออกสำรวจธรรมชาติไปกับนัตตี้ กระรอกน้อยแสนซนของเธอ เธอได้ค้นพบมิตรภาพ และช่วยกอบกู้แม่น้ำที่ปนเปื้อนอย่างกล้าหาญ เรื่องราวฤดูร้อนอันแสนอบอุ่นหัวใจที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญและความผูกพัน
ลิลลี่ ฮาร์เปอร์ วัยสิบเอ็ดปี นั่งหน้าบึ้งอยู่เบาะหลังรถของแม่ ดวงตาสีเขียวของเธอมองตึกระฟ้าในเมืองค่อยๆ เลือนหายไปกลายเป็นทุ่งนาและภูเขาที่อยู่ไกลออกไป ผมสีน้ำตาลเกาลัดของเธอซึ่งผูกด้วยริบบิ้นสีแดงกระเด้งไปมาขณะที่เธอเตะเบาะเบาๆ ด้วยรองเท้าผ้าใบสีแดง “อยู่หมู่บ้านตลอดฤดูร้อนเลยเหรอ น่าเบื่อชะมัด!” เธอพึมพำพร้อมกับกอดไดอารี่สีน้ำเงินไว้แนบอก แม่ของเธอยิ้ม “หนูจะต้องชอบบ้านคุณย่าคลาร่าแน่ๆ” รถจอดหน้าบ้านไม้ที่ล้อมรอบด้วยดอกไม้ป่า กลิ่นหอมหวานของลาเวนเดอร์ลอยฟุ้งในอากาศ ลิลลี่เขียนในไดอารี่ของเธอว่า “ที่นี่กลิ่นหอมดีนะ แต่มันน่าเบื่อมากแน่ๆ ในขณะที่เพื่อนๆ ของฉันกำลังกินไอศกรีมในสวนสาธารณะ ฉันควรจะทำอะไรที่นี่กันเนี่ย?”
ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปข้างใน คุณย่าคลาร่าก็ทักทายลิลลี่ด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่น ผมสีเงินของท่านถูกมัดเป็นมวยอย่างเรียบร้อย และท่านสวมชุดลายดอกไม้พร้อมสร้อยคอสีทอง “ยินดีต้อนรับจ้ะ นักสำรวจตัวน้อย!” ท่านพูดพร้อมกับถือแก้วน้ำมะนาว ห้องของลิลลี่มีเตียงนุ่มๆ และหน้าต่างที่มองออกไปเห็นป่าที่ส่งเสียงกระซิบ เธอทิ้งตัวลงบนเตียง ใบหน้าที่ตกกระของเธอยังคงบึ้งตึง กระรอกสีแดงตัวหนึ่งวิ่งผ่านหน้าต่างไป “ก็แค่กระรอก” เธอเขียนในไดอารี่ “ยังไม่มีอะไรสนุกที่นี่เลย”
พอถึงวันที่สาม ลิลลี่ก็ยังคงเบื่อ ขณะนั่งอยู่ในสวน เธอเห็นกระรอกตัวเดิมอีกครั้ง ดวงตาสีดำของมันเป็นประกาย และมันกำลังถือวอลนัทอยู่ในอุ้งเท้า “ฉันจะเรียกแกวานัตตี้นะ” ลิลลี่หัวเราะคิกคักพร้อมกับผูกเชือกสีแดงรอบคอของมัน นัตตี้วิ่งเข้าไปในป่า ลิลลี่วิ่งไล่ตามมันไป ไดอารี่ของเธอกระเด้งอยู่ในกระเป๋า ต้นไม้ไหวเอน เงาไม้เต้นระริก ทันใดนั้น เธอก็หยุด—เธอหลงทาง! “นัตตี้?” เธอกระซิบ หัวใจเต้นรัว “เป็นอะไรรึเปล่า?” เสียงหนึ่งตะโกนเรียก แจ็ค ไรลีย์ วัยสิบสองปี ก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ ดวงตาสีฟ้าของเขาดูใจดี “ฉันชื่อแจ็ค พ่อกับฉันมาตั้งแคมป์ในป่าแถวนี้ ฉันรู้จักป่านี้ดีเหมือนหลังมือตัวเองเลยล่ะ” เขาพาเธอออกมาพร้อมกับชี้ให้ดูดอกไม้ต่างๆ ตลอดทาง นัตตี้เดินตามหลัง ในคืนนั้น ลิลลี่เขียนว่า “นัตตี้ทำฉันหลงทาง แต่แจ็คสุดยอดไปเลย ป่าแห่งนี้รู้สึกเหมือนมีชีวิต!”
วันต่อมา แจ็คพาลิลลี่ไปที่แม่น้ำของหมู่บ้าน น้ำขุ่นข้น “เมื่อก่อนมันเคยใสจนเห็นปลาว่ายเลยนะ” แจ็คพูดอย่างเศร้าๆ พวกเขาได้พบกับลุงทอม ชายใจดีมีหนวดเคราสีขาว “แม่น้ำสายนี้เคยเป็นสนามเด็กเล่นของลุงตอนเด็กๆ” เขาพูด “ตอนนี้มันป่วย ยาฆ่าแมลงจากสวนผลไม้อาจเป็นสาเหตุ” ลิลลี่ขมวดคิ้ว “เราต้องแก้ไขมัน” แจ็คพยักหน้า เธอเขียนในไดอารี่ว่า “แม่น้ำดูเหมือนกำลังร้องไห้ ฉันอยากจะช่วยมัน”
เมื่อกลับถึงบ้าน ลิลลี่เล่าทุกอย่างให้คุณย่าคลาร่าฟัง “เราทำความสะอาดแม่น้ำกันได้นะ” คุณย่าคลาร่ากล่าว “แล้วก็ไปคุยกับเจ้าของสวนผลไม้เรื่องการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ” แจ็คตบมือ “นี่ต้องสุดยอดมากแน่ๆ!” นัตตี้ส่งเสียงร้อง ส่วนลุงทอมก็เสริมว่า “มาทำให้แม่น้ำกลับมาร้องเพลงอีกครั้งกันเถอะ” ลิลลี่ยิ้ม เธอเขียนในไดอารี่ว่า “พวกเราคือวีรบุรุษแห่งแม่น้ำ!”
ทีมงานทำโปสเตอร์สำหรับ “วันกู้ภัยแม่น้ำ” คุณย่าคลาร่าอบคุกกี้ แจ็ครวบรวมเด็กๆ ในหมู่บ้าน และลุงทอมก็เล่านิทาน นัตตี้แทะเศษโปสเตอร์ ลิลลี่กระซิบว่า “ถ้าไม่มีใครมาเลยล่ะ?” แจ็คยิ้มกว้าง “นัตตี้ไม่เคยยอมแพ้ เราก็เหมือนกัน!” เธอเขียนว่า “แจ็คคิดว่าไม่มีอะไรหยุดพวกเราได้ นัตตี้ก็เห็นด้วย”
ในวันทำความสะอาด ท้องฟ้ามืดครึ้ม ลิลลี่สวมเสื้อกันฝนสีเหลือง แจ็คลากขยะ คุณย่าคลาร่าคัดแยกขวด ฝนเริ่มตก “ทำต่อไป” ลุงทอมกระตุ้น ทันใดนั้น คุณอีแวนส์ เจ้าของสวนผลไม้ก็มาถึง “แม่น้ำนี่เป็นหน้าที่ของพวกเธอเหรอ?” เขาตวาด แจ็คตอบอย่างกล้าหาญ “แม่น้ำกำลังแย่ครับ!” คุณย่าคลาร่าก้าวเข้ามา “เรามาช่วยกันดีกว่าค่ะ” ฝนตกหนักขึ้นและระดับน้ำในแม่น้ำก็สูงขึ้น “น้ำท่วมแล้ว!” เด็กคนหนึ่งตะโกน แจ็คใช้กิ่งไม้กั้นเศษขยะ ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ และนัตตี้ก็วิ่งเล่นอยู่ริมฝั่ง พอถึงตอนเที่ยง ฝนก็หยุดตก และมีรุ้งโค้งพาดผ่านท้องฟ้า คุณอีแวนส์สัญญาว่าจะใช้ยาฉีดพ่นที่ปลอดภัยกว่าเดิม ลิลลี่เขียนว่า “แม่น้ำกำลังยิ้ม!”
คืนนั้น พวกเขาตั้งแคมป์ในป่า ลุงทอมเล่านิทานข้างกองไฟ “ธรรมชาติพูดได้” เขากล่าว ลิลลี่จ้องมองดวงดาว “มันมหัศจรรย์มาก” เธอกระซิบ เธอเขียนในไดอารี่ว่า “ดวงดาวกำลังพูดคุย ฉันไม่อยากจากไปเลย”
เช้าวันหนึ่ง นัตตี้ไล่กาตัวหนึ่งไป “ตัวเล็กแต่กล้าหาญจัง!” ลิลลี่หัวเราะ คุณย่าคลาร่ายิ้ม “ธรรมชาติสอนให้เรากล้าหาญ” ต่อมา ลิลลี่และแจ็คปลูกดอกไม้แทนที่ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาไป ลิลลี่เขียนว่า “นัตตี้กล้าหาญกว่าฉันอีก ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเอง”
ฤดูร้อนกำลังจะสิ้นสุดลง ลิลลี่และแจ็คนั่งอยู่บนเนินเขา โดยมีนัตตี้เกาะอยู่บนไหล่ของเธอ “เธอเปลี่ยนหมู่บ้านนี้ไปเลย” แจ็คพูด คุณย่าคลาร่ากอดเธอ “ที่นี่ต้อนรับหนูเสมอ” ลิลลี่รู้สึกตื้นตันใจ “เมืองคงจะรู้สึกว่างเปล่ามากแน่ๆ” แจ็คพูดว่า “ปลูกเมล็ดพันธุ์ของคุณย่าคลาร่าสิ” เธอพยักหน้า เธอเขียนว่า “ฉันจะเก็บความรู้สึกนี้ไว้กับตัว”
ในวันสุดท้าย คุณย่าคลาร่าให้เมล็ดลาเวนเดอร์แก่ลิลลี่ “สำหรับหน้าต่างของหนู” ท่านกล่าว แจ็คยื่นก้อนหินจากแม่น้ำให้เธอ “กลับมาอีกนะ” เขาพูด นัตตี้ส่งเสียงร้องอำลา ในรถ ลิลลี่เขียนในไดอารี่ของเธอว่า “ฤดูร้อนนี้เปลี่ยนฉันไป ฉันจะปลูกเมล็ดพันธุ์นี้ และบทเพลงของแม่น้ำจะอยู่ในใจฉัน ฉันจะกลับมาอีกในฤดูร้อนหน้า”
ขณะเก็บกระเป๋า ลิลลี่จ้องมองไปที่ป่า “ฉันจะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ได้อย่างไร?” เธอถาม แจ็คพูดว่า “สร้างป่าของเธอเองสิ” เธอเขียนว่า “เมืองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนไปแล้ว”
ในเมือง ลิลลี่ปลูกเมล็ดลาเวนเดอร์ของคุณย่าคลาร่าในกระถางข้างหน้าต่างของเธอ ลูกโอ๊กของนัตตี้และก้อนหินจากแม่น้ำของแจ็ควางอยู่บนโต๊ะของเธอ เธอรดน้ำมันทุกวัน เช้าวันหนึ่ง หน่อเล็กๆ ก็งอกออกมา เธอเขียนว่า “หมู่บ้านยังคงอยู่ในใจฉัน ฉันจะตั้งชมรมสิ่งแวดล้อมที่โรงเรียนและทำให้เมืองเป็นสีเขียวมากขึ้น ฉันจะกลับมาอีกในฤดูร้อนหน้า!”
สิ่งที่เราได้เรียนรู้ การตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การปกป้องธรรมชาติเป็นความรับผิดชอบของทุกคน แม้ในวัยเยาว์ เราก็สามารถทำสิ่งต่างๆ เพื่อทำให้สิ่งแวดล้อมของเราดีขึ้นได้ พลังของชุมชน การร่วมมือกันสามารถแก้ปัญหาใหญ่ได้ ความร่วมมือและการทำงานเป็นทีมสามารถสร้างความแตกต่างที่แท้จริงได้ ความมั่นใจในตนเองและการเติบโต การลองทำสิ่งใหม่ๆ และการเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยช่วยให้เราเติบโต การกระทำที่กล้าหาญเล็กๆ น้อยๆ ความกล้าหาญไม่ได้เกี่ยวกับการกระทำที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แม้แต่กระรอกตัวเล็กๆ ก็สามารถสอนให้เรากล้าหาญได้ การนำบทเรียนไปใช้ต่อ ช่วงเวลาพิเศษที่เราได้ใช้ชีวิตและบทเรียนที่เราได้เรียนรู้เป็นแรงบันดาลใจและจะอยู่กับเราไปทุกที่ พลังของการเริ่มต้นเล็กๆ ป่าเริ่มต้นจากเมล็ดพันธุ์เพียงเมล็ดเดียว ความคิดเล็กๆ สามารถเติบโตเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้
Where's Lily?
กล่องใหญ่
Max Wants to Be a Chef
รถตู้คันใหญ่หอยทากน้อยลิลลี่อยากไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขา แต่เธอคลานช้ายิ่งกว่าใบไม้ร่วงเสียอีก! โชคดีที่ “อุโมงค์ด่วน” ของแซม กราวด์ฮอก, “สไลเดอร์ต้นไม้” ของแม็กซ์ ลิง และ “เครื่องบินกิ่งไม้” ของลูซี่ นก ช่วยเธอ เธอจะไปทันดูพระอาทิตย์ขึ้นและทำความฝันให้เป็นจริงได้ไหมนะ การเดินทางไล่ตามแสงอันแสนอบอุ่นนี้—มาดูกันเลย

A simple and engaging story about Max looking for his friend Lily, exploring different prepositions of place. Perfect for young children learning basic spatial concepts.

แม็กซ์และเพื่อนๆ พบความสนุกสนานและการผจญภัยไม่รู้จบในกล่องใบใหญ่ธรรมดาๆ โดยเปลี่ยนให้เป็นรถยนต์สำหรับการเล่นตามจินตนาการ เรื่องราวนี้เน้นย้ำถึงความคิดสร้างสรรค์และมิตรภาพในหมู่เด็กเล็ก
เข้าร่วมกับลิลลี่นางฟ้าในการผจญภัยคล้องจองอันแสนหวานขณะที่เธอค้นหาถุงเท้าสีแดงที่หายไปของเธอ ด้วยปีกที่ส่งเสียงกริ๊ง เธอแอบมองใต้เห็ด หลังดอกเดซี่ และแม้แต่ในเปลือกหอยทาก จนกระทั่งเธอพบของที่หายไปในที่สุด
เรื่องราวสนุกสนานนี้จะแนะนำผู้อ่านรุ่นเยาว์ให้รู้จักกับการกระทำง่ายๆ และยานพาหนะต่างๆ ผ่านชุดคำถามและคำตอบ ซึ่งเหมาะสำหรับการพัฒนาภาษาในวัยเด็กและการอ่านแบบโต้ตอบ
ในการผจญภัยที่อัดแน่นไปด้วยตัวอักษร 'g' นี้ พ่อของแม็กซ์สร้างรถโกคาร์ทสีเขียว และกระต่ายสามตัวที่หัวเราะคิกคักก็พุ่งผ่านโพรงกระต่ายมหัศจรรย์เข้าไปสู่สนามแข่งรถอันยิ่งใหญ่ นักอ่านรุ่นเยาว์จะได้พัฒนาทักษะการออกเสียงผ่านการฟัง การสังเกต และการเปล่งเสียงคำศัพท์แสนสนุกมากมายที่ขึ้นต้นด้วยเสียง /g/

Max wants to be a chef, and with his friend Lily, he attempts to bake a cake. Their cooking adventure quickly turns into a messy and humorous escapade involving eggs, flour, honey, and even some unexpected bee visitors, ultimately leading to a small, funny, and yummy cake.
ข้อความสำหรับผู้อ่านวัยเยาว์ที่แนะนำเด็กเล็กให้รู้จักลักษณะพื้นฐานของฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงผ่านคำศัพท์หลักและการสังเกต เช่น ดวงอาทิตย์ ทะเล ร่ม และใบไม้หลากสีสัน โดยเน้นการเปรียบเทียบและการสังเกตมากกว่าการเล่าเรื่อง

เรื่องราวที่เรียบง่ายและซ้ำซากเกี่ยวกับตัวละครและสัตว์ต่างๆ ที่นั่งอยู่ในรถตู้คันใหญ่ ซึ่งนำไปสู่บทสรุปที่ตลกขบขันที่พ่อกับแม่โกรธ แต่สุดท้ายแล้ว รถตู้ก็ยังสนุกอยู่ดี
ในบ่ายวันฝนตกวันหนึ่ง ความเบื่อหน่ายของสองพี่น้องไลลากับธีโอได้มลายหายไปกับการมาเยือนของแขกผู้แสนวิเศษที่สวมหมวกทรงสูงประดับด้วยก้อนเมฆ ด้วยเวทมนตร์แสนสนุกที่ใช้เครื่องบินกระดาษและผ้าพันคอ แขกผู้ลึกลับได้เปลี่ยนวันที่เงียบเหงาให้กลายเป็นการผจญภัยที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา พร้อมสอนให้เรียนรู้เกี่ยวกับความสนุกสนาน ความรกรุงรัง และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในบรรยากาศบ้านชานเมืองอันแสนอบอุ่น เรื่องราวนี้มีทั้งอารมณ์ขันเบาๆ แฟนตาซีที่เปี่ยมด้วยจินตนาการ และช่วงเวลาอันอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กเล็กเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องราวเรียบง่ายที่แนะนำการทักทายและการกล่าวลาขั้นพื้นฐานในขณะที่ตัวละครต่าง ๆ มีปฏิสัมพันธ์กันตลอดทั้งวัน
Book features animals,plants,fruits,and vegetables as its artistic themes. By contrasting these natural wonders in light and shadow, it reveals the magic of light, unveiling a vibrant world to kids and inspiring their love for nature and hope in life
© สงวนลิขสิทธิ์ 2024 - Giggle Academy
上海吉咯教育科技有限公司
ลิขสิทธิ์ © 2026 - Giggle Academy
